กระเทียม

ประโยชน์ ของ กระเทียม

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับประโยชน์ของกระเทียมกันค่ะ กระเทียม ใครชอบบอกว่า มีกลิ่นนี้ ต้องบอกเลยนะคะว่า ประโยชน์ และสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายของเราเยอะทีเดียวค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่า มีประโยชน์ในเรื่องไหนบ้าง

ทำความรู้จัก กับ กระเทียม

     กระเทียม (Garlic) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE (ALLIACEAE)

    กระเทียมเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร

หนึ่ง กระเทียม

คุณค่าทางโภชนาการ

     คุณค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม ซึ่งร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (แหล่งที่มา : USDA Nutrient database)

  • พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม
  • น้ำตาล 1 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม
  • ไขมัน 0.5 กรัม
  • โปรตีน 6.36 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม 17%
  • วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 5 0.596 มิลลิกรัม 12%
  • วิตามินบี 6 1.235 มิลลิกรัม 95%
  • วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%
  • วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม 38%
  • ธาตุแคลเซียม 181 มิลลิกรัม 18%
  • ธาตุเหล็ก 1.7 มิลลิกรัม 13%
  • ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุแมงกานีส 1.672 มิลลิกรัม 80%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม 22%
  • ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุสังกะสี 1.16 มิลลิกรัม 12%
  • ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม
สอง กระเทียม

ประโยชน์ ของ กระเทียม

  • รักษาโรคหวัด – ในกระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ หากเป็นหวัดก็สามารถฝานกระเทียมไปแช่น้ำร้อน 2 – 3 นาที แล้วกรองน้ำออกมาดื่ม ชากระเทียมอุ่น ๆ จะทำให้หวัดหายเร็วขึ้น
  • ลดระดับไขมันในเลือด – การกินกระเทียมเป็นประจำจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และระดับไขมันในเลือด ซึ่งมีผลช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
  • รักษาสิว – กระเทียมมีแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ จึงสามารถนำมาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ โดยฝานกระเทียมสดบาง ๆ แล้วนำมาประคบลงบนสิวเบา ๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยนำสะอาด
  • บรรเทาอาการอักเสบจากโรคสะเก็ดเงิน – กระเทียมมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากผื่นแดงได้ดี โดยเฉพาะผื่นแดงที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงิน ให้ทาน้ำมันกระเทียมบริเวณที่เป็นแผล เพื่อให้สะเก็ดหลุดไป และลดผื่นแดงบนผิวหนังก็ได้
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก – ผลการศึกษาจาก Nutritionist Cynthia Sass ที่ได้ทำการศึกษากับหนูที่กินกระเทียม พบว่า หนูที่กินกระเทียมมีน้ำหนักและการสะสมของไขมันลดลง ฉะนั้นก็พยายามกินกระเทียมที่ผสมอยู่ในอาหารกันเยอะ ๆ หรือสำหรับคนที่ทนกลิ่นไม่ได้จริง ๆ ก็เลือกกินอาหารเสริมอย่างเช่น กระเทียมอัดเม็ดก็ได้
  • กำจัดกลิ่นเท้า – ปัญหากลิ่นเท้าเกิดจากการที่เท้าเจอความอับชื้น ทำให้เกิดเชื้อรา สามารถแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วยการแช่เท้าลงในน้ำอุ่นผสมกระเทียมบด ทิ้งไว้สักพัก กลิ่นไม่พึงประสงค์และอาการคันก็จะหายไป เพราะในกระเทียมมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้
  • แก้ปัญหาผมหลุดร่วง – กระเทียมช่วยยับยั้งปัญหาเหล่านี้ได้ เพียงแค่ฝานกระเทียมเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำมานวดศีรษะ หรือจะผสมลงในออยล์แล้วนำมานวดศีรษะก็ได้เช่นกัน เพราะในกระเทียมมีอัลซิลิน (allicin) และซัลเฟอร์ (sulfur) สูง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาผมหลุดร่วงได้
  • บรรเทาอาการปวดข้อ – การรับประทานกระเทียมทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงสามารถช่วยลดอาการปวดตามข้อของร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บจากข้อเท้าพลิก รวมถึงอาการเคล็ดขัดยอกต่าง ๆ
  • ป้องกันแมลงกัดต่อย – คนไทยสมัยก่อนนิยมใช้กระเทียมเป็นยากันยุง รวมถึงการหั่นกระเทียมแล้วนำไปผสมกับขี้ผึ้ง ทาตามแขนขาเมื่อต้องเดินทางในป่า กลิ่นของกระเทียมจะทำให้ไม่มีแมลงมารบกวน
  • ช่วยขับลม แก้อาการจุดเสียดแน่นท้อง – กระเทียมมีสาร Gastroenteric allechalcone มีฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของลำไส้จึงช่วยลำเลียงอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ทำให้เกิดการขับลม ลดอาการแน่นท้อง จุกเสียดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อยได้

ข้อควรระวังในการใช้ กระเทียม

  • หากกินกระเทียมมากเกินไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้า เนื่องจาก สารในกระเทียมจะยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด หากเกิดบาดแผลจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด
  • สตรีมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรงดกินกระเทียมในรูปแบบยาเสริมอาหาร เนื่องจากอาจทำให้รสชาติน้ำนมเปลี่ยนไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งต้องกินยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด และยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ ไม่ควรกินกระเทียมในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้เป็นโรคโลหิตจาง
  • ผู้ที่แพ้กระเทียม บางคนอาจมีอาการปวดท้อง อาเจียน และวิงเวียนศีรษะได้
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การรับประทานกระเทียม อาจทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำลงมากกว่าปกติ
  • ผู้ที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานกระเทียม ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดออกมาก และส่งผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หรือการย่อยอาหาร อาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ทางเดินอาหารได้

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อน ๆ กับประโยชน์ของกระเทียมที่เรานำมาฝาก ที่สำคัญเลยนะคะ เพื่อให้ได้ประโยชน์ จากกระเทียมมากที่สุด เพื่อน ๆ ให้กินกระเทียมวันละ 7 – 12 กลีบ หรือไม่เกินวันละ 1 หัวขนาดเล็ก และไม่ว่า กระเทียมจะผ่านการหั่น สับ ทุบ หรือบดกระเทียมก่อนนำมาปรุงอาหารหรือทานสด ๆ สารอัลลิซินก็ไม่ได้สลายหายไปเมื่อถูกความร้อน ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะทานสด หรือจะปรุงอาหารในน้ำมันก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกันค่ะ

และเรายังมีสาระน่ารู้ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินในช่วงสถานการณ์โควิดแบบนี้ กับบทความ 3 วิธีลดหนี้บัตรเครดิต ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ได้ผลจริง ที่จะมาแนะนำวิธีในการจัดการกับภาระหนี้สินเหล่านี้ให้กับเรากันค่ะ

นอกจากนั้น ขอเอาใจสายทุเรียนเลิฟเวอร์ กับ 5 สวนทุเรียนบุฟเฟ่ต์ อร่อยฟิน กินได้ไม่จำกัด ที่ได้รวบรวมแหล่งกิน บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ให้คนชอบทุเรียนได้ฟินกันสุด ๆ ไปเลยค่ะ